Dr.BunlueLONGEVITY DOCTOR ปรึกษาแพทย์

การให้ NAD+ ทางเส้นเลือด ได้ผลหรือไม่?

NAD+ Drip IV therapy คือ การบำบัดด้วยการให้ nicotinamide adenine dinucleotide (NAD+) ผ่านทางเส้นเลือดดำ ด้วยการผสม NAD+ ในน้ำเกลือ แล้วดริปให้ทางเส้นเลือดดำช้าๆ ใช้เวลา 30 นาที - 2 ชม.

ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่จะร้อนแรงเท่า NAD+ อีกแล้ว เมื่อ Justin Bieber นักร้องที่มีชื่อเสียงระดับโลกเปิดเผยว่า เขาใช้การบําบัดด้วย NAD⁺ Drip IV เพื่อรักษาการติดยา

ทำให้หลายคนสงสัยว่า การฉีดด้วย NAD+ Drip IV ได้ผลจริงหรือไม่

การบำบัดด้วย NAD+ ทางเส้นเลือดมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะเพิ่มระดับของ NAD+ ในร่างกาย ซึ่งร่างกายจะนำ NAD+ ไปใช้สร้างพลังงานด้วยการเปลี่ยนสารอาหารที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกาย ให้เป็นพลังงานในรูปแบบของ ATP เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณสาร NAD+ ในร่างกายเราจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดอาการเสื่อมทั่วร่างกาย และจะเกิดโรคที่สัมพันธ์กับความแก่ชราเกิดตามมา (*)

การวิจัย - การบำบัดด้วย NAD+ ทางเส้นเลือด (NAD+ Drip IV Therapy)

การติดยาเสพติดและติดสุรา

มีการลือกันว่า การบำบัดด้วย NAD+ IV เริ่มจากเอกสารงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 1961 (*) ที่ระบุว่า ได้ให้น้ำเกลือผสม NAD+ ทำให้ทุเลาความอยากและอาการถอนของคนที่ติดยาเสพติดและติดสุราได้ โดยจะให้ที่ 5 - 35 หยดต่อนาที แม้แต่คนป่วยที่มึนเมาก็มีอาการดีขึ้นทันทีและคนที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ 2 รายที่ได้รับ NAD+ ทางเส้นเลือด (และฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ) ก่อนจะดื่มแอลกอฮอล์ (*) ปรากฏว่าไม่มีอาการแฮงค์ (Hangover) ทำให้เชื่อกันว่า จากงานวิจัยนี้ที่ทำให้จัสติน บีเบอร์และอีกหลายคนเลือกใช้การบำบัดด้วย NAD+ IV

โรคพาร์กินสันและอาการซึมเศร้า

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การบำบัด NAD+ IV จะช่วยบรรเทาอาการของโรคพาร์กินสัน (*) การออกฤทธิ์ของ NAD+ ในโรคพาร์กินสันจะสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของสารนำประสาท - Dopamine ซึ่งมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้ในโรคพาร์กินสัน

การทดสอบหลายวิธีที่การให้ NADH (เป็นฟอร์มหนึ่งของ NAD+) รวมทั้งทาง IV (เส้นเลือดดำ) ด้วย พบว่า 93% ของคนไข้จะมีอาการซึมเศร้าดีขึ้น (*)

ระดับ NAD+ ในพลาสม่า หลังจากให้ทางเส้นเลือด

จากการศึกษาในปี 2019 (*) - เรื่องความเข้มข้นของ NAD+ ในพลาสม่า (เลือดประกอบด้วย: เม็ดเลือด, เกร็ดเลือด และพลาสม่า) ที่วัดจากการให้ IV NAD+ (ผสม NAD+ ในน้ำเกลือ) แสดงให้เห็นว่า NAD+ ในพลาสม่าไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่จะเพิ่มสูงขึ้นหลังจาก 2 ชม. ไปแล้ว — นั่นหมายความว่า เมื่อให้ NAD+ IV เซลล์และเนื้อเยี่อต่างๆ จะนำ NAD+ ไปใช้ภายใน 2 ชม.แรก ทำให้ตรวจพบ NAD+ ในพลาสม่าได้น้อยนั่นเอง

ดร.เดวิด ซินแคลร์ นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อด้านชะลอวัย ได้พูดใน Twitter ถึงการวิจัยนี้ว่า

มีการพูดถึงเรื่องการฉีด NAD+ ทางเส้นเลือดกันมาก จำเป็นต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ การศึกษาทำในผู้ชาย 11 คนที่ให้ NAD+ 750 มก. (2 มก./นาที) ทางเส้นเลือด แสดงให้เห็นว่าระดับ NAD+ ในพลาสม่าไม่สูงขึ้นใน 2 ชม.แรก นั่นหมายความว่า NAD+ เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว หรือเซลล์นำไปใช้ .

แม้จะไม่ใช่งานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ แต่จากคำอธิบายในหนังสือ ที่สนับสนุนการบำบัด NAD+ IV จากหนังสือที่เขียนโดยนักจิตวิทยา Theo Verwey "NAD+ Therapy! Too Good to Be True?" เขาได้เปิดเผยว่า เขาได้ให้การรักษากับคนไข้มากกว่า 6000 รายด้วยการบำบัด NAD+ IV

Theo ได้ตั้งสมมุติฐานว่า การขาด NAD+ทำให้เกิดความผิดปกติที่แสดงออกทั้ง การอ่อนเพลียเรื้อรัง, การเสพติด, อาการซึมเศร้า, เครียด, กังวล และเจ็บป่วยเรื้อรัง

นอกจากนี้ในหนังสือ Addiction: the Dark Night of the Soul/Nad+: the Light of Hope นักบําบัดโรค Paula Norris Mestayer ภรรยาของ Dr. Richard Mestayer และผู้ร่วมก่อตั้ง NAD+ Research Inc. ได้เล่าประสบการณ์ในการใช้ NAD+ IV therapy ตลอดระยะเวลา 18 ปีเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเลิกดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดได้สำเร็จ Norris Meystayer ได้พูดไว้ในหนังสือว่า:

"ประเทศของเรา มียาเสพติดแพร่ระบาดไปทั่ว, สิ่งแรกที่พวกเราตอบสนองคือ การเขียนใบสั่งยา ที่ใช้ยาเสพติดนำมาบำบัด ซึ่งผู้ป่วยจะต้องอยู่กับ เมธาโดน (methadone) หรือ ซูบ๊อกโซน (Suboxone) ตลอดชีวิต เมื่อมีตัวเลือกอื่นในการรักษาที่เป็นธรรมชาติที่สุด" (*)

โดยรวมแล้ว งานวิจัยทางคลินิกและหลักฐานจํานวนมาก ได้บ่งชี้ให้เห็นว่า การรักษาด้วย NAD⁺ IV สามารถรักษาการติดสุรา และยาเสพติด และโรคพาร์กินสันได้

การบําบัดด้วย IV NAD+ ดูเหมือนจะช่วยในเรื่องภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางจิตเวชอื่นๆ ได้ด้วย ดังนั้นการโฆษณาที่อ้างถึงสรรพคุณการรักษาด้วย NAD+ IV จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การโฆษณาเท่านั้น มันใช้ได้ผลจริงๆ ตอนนี้มีตัวเลือกมากมาย ที่จะเพิ่มระดับ NAD+ และการบำบัดด้วย NAD+ ทางเส้นเลือดจะเป็นตัวเลือดที่ดีกว่าหรือไม่

การให้ NAD+ ทางเส้นเลือดและการให้กิน

วัตถุประสงค์คือ การบูสต์เพิ่ม NAD+

เมื่อ NAD+ มีประโยขน์มากขนาดนี้ ทำไมไม่มีผลิตในรูปแบบอื่นกัน? เหตุผลก็คือ NAD+ เมื่อให้กินทางปาก มันจะถูกสลายอย่างรวดเร็ว จนไม่เหลือให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เมื่อย้อนกลับไปในปี 1961, การรักษาคนไข้ติดยาเสพติดและติดสุราด้วยการในทางเส้นเลือด เป็นวิธีเดียวที่ทำได้ในการเพิ่มระดับ NAD+ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ สารตั้งต้นของ NAD+ (NAD+ precursor) ทั้ง Nicotinamide Riboside (NR) และ Nicotinamide Mononucleotide (NMN) ที่สามารถให้กินทางปากได้ โดยไม่มีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น

มีงานวิจัยน้อยมาก ที่ทำการทดลองในคนและสัตว์ ถึงผลของการให้ NAD+ ทางเส้นเลือด และงานวิจัยก็ไม่มีการอ้างอิงถึงปริมาณ NAD+ ที่ให้ทางเส้นเลือดอย่างเป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นแต่ละคลินิกจึงให้แตกต่างกันไป ตามแต่เหตุผลที่ใช้อ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้าให้เพื่อต้องการผลด้านการชะลอวัย ก็มีบางคลินิกในลาส เวกัส จะให้ 3 ครั้งทุกสัปดาห์ แล้วตามด้วยเดือนละครั้ง เป็นต้น ซึ่งก็ไม่มีหลักฐานมายืนยันว่า สูตรที่ให้แบบนี้จะช่วยให้ระดับของ NAD+ ในเซลล์สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

แต่ในทางกลับกัน มีการทดลองทำวิจัยในคนและสัตว์ ถึงผลของการกินสารตั้งต้น NAD+ (NAD+ precursor) - ทั้ง NMN และ NR - เป็นอาหารเสริมทุกวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระดับของ NAD+ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงสรุปได้ว่า การกิน สารตั้งต้น NAD+ ทั้ง NMN หรือ NR มั่นใจได้ว่า ระดับ NAD+ ในเซลล์ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

การให้ NAD+ ทางเส้นเลือด ช่วยเรื่องชะลอวัย?

การให้ NAD+ ทางเส้นเลือด เพื่อต้องการช่วยเรื่องชะลอวัย - ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน มีเพียงการศึกษาในคนไข้พาร์กินสันถึงผลชะลอวัยทางอ้อม ซึ่งคนไข้พาร์กินสันมักจะเกิดในวัย 60 ปี ที่เป็นโรคที่เกิดจากอายุ

ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว พบว่ามีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า สารตั้งต้น NAD+ โดยเฉพาะ NMN สามารถช่วยเรื่องชะลอวัยได้ รวมทั้งช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin sensivity) (*), เพิ่มประสิทธิการนอนหลับ (*) และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ (*) ดังนั้นเมื่อพูดถึงหลักฐานที่สนับสนุนเรื่องชะลอวัยแล้ว การกินสารตั้งต้นของ NAD+ จะมีประสิทธิืภาพดีกว่าการฉีด NAD+

การให้ NAD+ทางเส้นเลือดดีกว่าการกินสารตั้งต้นของ NAD+ หรือไม่?

ตอนนี้ ดูเหมือนว่ายังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ชัดว่า วิธีไหนดีกว่ากันที่จะมีผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องให้ทางน้ำเกลือเท่านั้น น่าจะมีการศึกษาเปรียบเทียบเพื่อดูผลทางคลินิกระหว่างวิธีต่างๆ ที่ใช้ในการบูสต์ NAD+ ว่าวิธีไหนที่ได้ผลกว่ากัน ตัวอย่างเช่น การศึกษาเปรียบเทียบ ความอยากและอาการลงแดงในผู้ป่วยติดยาเสพติดและติดสุรา จากการให้ NAD+ ทางเส้นเลือดและการให้กิน NMN จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่า วิธีไหนดีกว่ากัน แต่ทั้ง 2 วิธีก็ให้ผลการรักษาที่เหมือนกัน.

การวิเคระห์ความเสี่ยงและประโยชน์จากการให้บำบัดด้วย NAD+ (*), จากการรีวิวงานวิจัย ที่ทำในคนและสัตว์ทดลองเพื่อบูสต์เพิ่ม NAD+ ทุกวิธี พอสรุปได้ว่า "เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการให้ NAD+ IV หายากมาก ทั้งที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในเรื่องการชะลอวัย" แต่อย่างไรก็ตาม การที่งานวิจัยเรื่องการให้ NAD+ IV จะมีไม่มากนัก อาจจะเป็นเพราะนักวิจัยเลือกที่จะใช้สารตั้งต้น NAD+ (เช่น NMN หรือ NR) ในการทำวิจัยถึงผลจากการบูสต์เพิ่ม NAD+ ที่เจ็บตัวน้อยกว่าและกินเวลาน้อย (NAD+ IV ให้ทางเส้นเลือดใช้เวลา 30 นาที ถึง 2 ชม.) ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ คนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกกินสารตั้งต้น NAD+ มากกว่าการฉีด

Braidy & Liu, 2020 | Experimental Gerontology ประโยชน์ที่ได้จากการเพิ่ม NAD+ ในร่างกาย

อีกเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงคือ ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการบูสต์ NAD+ มีราคาที่แตกต่างกัน ขึ้นกับทำเลคลินิก, การให้บริการนอกพื้นที่ หรือแบรนด์อาหารเสริมที่จำหน่าย (ทั้ง NMN หรือ NR) สุดท้าย ผู้บริโภคจะเลือกเอาที่สะดวก และถ้าเป็นแบรนด์อาหารเสริมก็จะเลือกให้จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีที่มาที่ไปชัดเจน มีการดูแลการจัดส่ง (แช่เย็น จะทำให้คุณภาพดีที่สุด) (*) (*) แต่ยังไงก็ตาม ยังมีวิธีอื่นที่ใช้เพิ่มระดับ NAD+ ได้ ทั้งจากอาหาร (*) และการออกกำลังกาย

ขนาดที่รับประทาน และความปลอดภัย

ไม่ว่าจะวิธีไหนในการเพิ่ม NAD+ ในร่างกาย ต่างก็ได้ผลจากการรักษาด้วย NAD+ ทั้งวิธีฉีดเข้าเส้น หรือจะกินสารตั้งต้น NAD+ ก็ให้ผลที่เหมือนกัน แน่นอนว่า มันขึ้นกับขนาด ซึ่งอยู่ที่ว่ากำลังรักษาอะไรอยู่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีวิจัยที่ค่อนข้างน้อยเกี่ยวกับผลของการให้ NAD+ IV ในการชะลอวัย, จึงค่อนข้างยากในการกำหนดขนาดที่จำเป็นต้องใช้ในการชะลอวัยและป้องการกันโรคที่มากับอายุ

กรณีศึกษา ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ได้รับ NAD+ IV ขนาด 500-1500 มก./วัน ตลอดระยะเวลา 8 วันพบว่า อาการทุเลาขึ้น ในการศึกษาอื่นผู้ป่วยโรคพาร์กินสันบางรายมีอาการดีขึ้นหลังจากรับประทาน NR 1,000 มก. / วันเป็นเวลา 30 วัน และในบางงานวิจัย พบว่าผู้ป่วยโรคพาร์กินสันบางรายมีอาการดีขึ้นหลังจากได้รับ NR 1000 มก./วัน เป็นเวลา 30 วัน (*) ดังนั้นขนาดสําหรับการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น โรคพาร์กินสัน อาจจะคล้ายกันระหว่าง IV NAD+ และสารตั้งต้น NAD+ เช่น NR แต่ถือหลักฐานยังน้อยเกินไปที่จะสรุปได้ กรณีใช้เพื่อชะลอวัย, มีการศึกษาเรื่องนี้กันมากขึ้น เพื่อบอกขนาดสารตั้งต้น NAD+ ตัวอย่างเช่น ขนาดสําหรับ NMN จะอยู่ระหว่าง 500-1000 มก./วันขึ้นอยู่กับอายุและน้ําหนักของคนไข้

โดยทั่วไป การให้ยามีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดมากที่สุด และการให้ทางเส้นเลือดจะมีโอกาสเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์ที่รุนแรงที่สุด พบว่าการให้ยาทางเส้นเลือด มีความสัมพันธ์กับการเกิดความผิดพลาดจากการให้ยาถึง 56% ถ้าได้รับยาไม่ดีหรือไม่เหมาะสม, การฉีด IV อาจจะนําไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ, ความเสียหายของหลอดเลือดดํา หรือ ลิ่มเลือด ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีการกิน ซึ่งมีโอกาสน้อยกว่ามากที่จะผิดพลาด และมีผลเสียถึงตายได้

การฉีดเข้าเส้นเลือดดํา ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่ง ดังนั้นคนไข้ต้องไปที่คลินิก หรือโรงพยาบาล หรืออาจจะมีบริการไปฉีดถึงที่บ้าน ซึ่งก็ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ในการรับการรักษาด้วย IV, แพทย์หรือพยาบาล จะต้องประเมินบุคคลที่ได้รับการรักษาก่อน และจะต้องป้องกันการปนเปื้อนในน้ำเกลือที่ผสม NAD+ ก่อนจะฉีดเข้าเส้นเลือดให้กับคนไข้

อ้างอิง

O'HOLLAREN P. Diphosphopyridine nucleotide in the prevention, diagnosis and treatment of drug addiction. A preliminary report. West J Surg Obstet Gynecol. 1961 May-Jun;69:213-5. PMID: 13730082

O'HOLLAREN P. Pyridine nucleotides in the prevention, diagnosis and treatment of problem drinkers. A preliminary report. West J Surg Obstet Gynecol. 1961 Mar-Apr;69:101-4. PMID: 13730083.

Pérez MJ, Baden P, Deleidi M. Progresses in both basic research and clinical trials of NAD+ in Parkinson's disease. Mech Ageing Dev. 2021 Jul;197:111499. PMID: 33989633.

Grant R, Berg J, Mestayer R, Braidy N, Bennett J, Broom S, Watson J. A Pilot Study Investigating Changes in the Human Plasma and Urine NAD+ Metabolome During a 6 Hour Intravenous Infusion of NAD. Front Aging Neurosci. 2019 Sep 12;11:257. PMID: 31572171.

Braidy N, Liu Y. NAD+ therapy in age-related degenerative disorders: A benefit/risk analysis. Exp Gerontol. 2020 Apr;132:110831. PMID: 31917996.

Palmer RD, Elnashar MM, Vaccarezza M. Precursor comparisons for the upregulation of nicotinamide adenine dinucleotide. Novel approaches for better aging. Aging Med (Milton). 2021 Aug 4;4(3):214-220. PMID: 34553119.

Brakedal B, et al. The NADPARK study: A randomized phase I trial of nicotinamide riboside supplementation in Parkinson's disease. Cell Metab. 2022 Mar 1;34(3):396-407.e6. PMID: 35235774.

Maddox RR, Danello S, Williams CK, Fields M. Intravenous Infusion Safety Initiative. In: Advances in Patient Safety: New Directions and Alternative Approaches (Vol. 4). Rockville (MD): AHRQ (US); 2008 Aug. PMID: 21249948.